ชายไม่จริงกับหญิงเก่งกล้า

ที่มา คิดจากความว่างเล่ม 4 www.dungtrin.com

ผมต้องการผู้หญิงแสนดีสักคนเข้ามาในชีวิต ช่วยเป็นผู้หญิงคนนั้นให้ผมด้วยเถอะ

อือม์… มาขอดื้อๆอย่างนี้ฉันคงเห็นเหตุผลสมควรหรอกนะ

เวลาเห็นหญิงดีๆ ใจผู้ชายคิดอย่างนี้ทุกคน ผมแค่เป็นคนเดียวที่กล้าพูด กล้าขอ และคุณก็ควรเห็นค่าของคนที่ปากตรงกับใจ

ปากกับใจตรงกันไม่ได้แปลว่ากล้าเสมอไป บางทีมันอาจหมายถึงการเป็นคนช่างตื๊อ แล้วก็ชอบเรียกร้องความเห็นใจ!

แต่ผมก็น่าเห็นใจจริงๆ เพราะเป็นฝ่ายถูกผู้หญิงทำร้ายจิตใจมาตลอด

ทำร้ายยังไง?

เย็นชา ด่าแหลก กลับไปกลับมา เปลี่ยนใจง่าย แล้วก็ทิ้งขยันทิ้งไว้แต่โลกที่ไม่เหลืออะไรให้อยากอยู่ต่อ…

ผู้ชายต้องการอะไรจากผู้หญิงหรือ?

ความน่ารัก ความอ่อนหวาน ความเอาใจใส่ที่น่าอบอุ่น ความมีใจเดียวมั่นคง แล้ว… ถ้าเงินเดือนเยอะหน่อยก็ดี จะได้ช่วยๆกัน

หึหึ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผู้ชายควรได้สิ่งเหล่านั้นจากผู้หญิง?

ก็… เอ่อ… ผู้หญิงสมควรเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ? รูปร่างหน้าตาของผู้หญิงส่ออยู่แล้วว่าธรรมชาติออกแบบมาให้เป็นอย่างนั้น หรืออย่างน้อยก็ชวนให้ผู้ชายคาดหวังว่าเป็นอย่างนั้น

งั้นรูปร่างหน้าตาของผู้ชายก็บอก หรือชวนให้คาดหวัง ว่าควรเข้มแข็งกว่าผู้หญิง อย่างน้อยก็เป็นกำแพงปกป้องให้พึ่งพา เป็นหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝนที่น่าอบอุ่น ทีนี้ฉันถามได้ไหมว่าคุณมีอะไรอย่างนั้นติดตัวอยู่หรือเปล่า?

เอ่อ… แต่ผมก็เป็นคนที่สมควรได้รับการเห็นใจจากผู้หญิงดีๆนะ ถ้าผมมีกำลังใจ ผมจะเป็นแมนกว่านี้ แต่นี่ผมถูกปล้นกำลังใจและความเชื่อมั่นในตัวเองไปหมดแล้ว โดยน้ำมือของผู้หญิงร้ายๆ!

สรุปคือมีคนผลักคุณหกล้ม คุณกำลังนอนอยู่กับพื้น และต้องการให้ฉันช่วยฉุด?

ถูกต้อง!

รู้ไหมฉันเห็นอะไร? ทันทีที่ฉันฉุดคุณขึ้นยืนได้ถนัด คุณจะกระโดดขี่หลังฉันก่อนฉันหลบทัน หรือสถานเบาก็เอนตัวเซเป็นตุ๊กตายางที่อ่อนเปียก หวังใช้บ่าของฉันเป็นไม้เท้าค้ำรักแร้ช่วยเดินต่อ!

มันจะไม่เป็นอย่างนั้น คุณจะเห็นผมเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง เดินต่อได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง!

แล้วทำไมไม่ลุกขึ้นมาเองตั้งแต่ยังนอนกองอยู่กับพื้นคะ? นิยามของลูกผู้ชายไม่ได้อยู่ที่การเดินต่อหลังรับการช่วยเหลือ เพราะผู้หญิงทุกคนก็ทำอย่างนั้นได้เหมือนกัน เป็นชายจะแท้หรือเทียมสมควรมีความแตกต่าง อย่างเช่นแข็งแรงพอจะลุกขึ้นมาเองได้ไหม!

นั่นเป็นความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผลของผู้หญิง!

มันก็เหมือนกับความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผลของคุณ คุณอยากให้ผู้หญิงน่ารัก อ่อนหวาน เอาใจใส่ อบอุ่น ซื่อสัตย์ แล้วก็ช่วยกันออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง หรือเผลอๆก็เกินครึ่ง โดยไม่สนใจว่าผู้หญิงต้องการอะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน

มันแปลว่าผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายได้รับการช่วยเหลือก่อนเสมอไปใช่ไหม? อย่างนี้ฟ้องความเห็นแก่ตัวของผู้หญิงหรือเปล่า?

คนเราเริ่มต้นชีวิตด้วยการพึ่งพาผู้อื่นทั้งนั้น พวกเราออกจากจุดเริ่มต้นของความเห็นแก่ตัวพร้อมกัน แต่น้อยนักที่ไปได้ถึงเส้นชัยของความเห็นแก่คนอื่น ตอนคุณเข้ามาขอความช่วยเหลือจากใครต่อใคร คุณเห็นแต่ความน่าเห็นใจของตัวเอง และจะไม่รู้สึกเลยว่านั่นคือความเห็นแก่ตัว!

ผมเริ่มสำนึกผิด… อย่างนี้แปลว่าเริ่มเห็นแก่ตัวน้อยลงแล้วใช่ไหม?

สำนึกผิดแล้วยังสงสารตัวเองอยู่หรือเปล่า?

สงสาร…

งั้นแปลว่าทั้งความเห็นแก่ตัวและความอ่อนแอยังอยู่ครบถ้วน

ผมอยากร้องไห้…

ถ้าร้องเดี๋ยวนี้ คุณจะเห็นฉันเดินหนีไปเดี๋ยวนี้!

โธ่! ไม่ให้กำลังใจกันเลยหรือ? ผมกลายมาเป็นคนอ่อนแออย่างนี้เพราะชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องน่าเจ็บปวด และขณะนี้ผมก็เจ็บปวดเหลือเกิน

อย่าเพิ่งพูดถึงความเจ็บปวดเลย คุณไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงต้องเจออะไรบ้าง ถ้าขอสลับบทกัน  ขอให้คนขี้สงสารตัวเองอย่างคุณเป็นฝ่ายคลอดลูก เชื่อเถอะว่าคงแหกปากร้องจนขาดใจตาย!

ทุกคนที่กำลังเศร้ามีสิทธิ์ฟังคำปลอบดีๆบ้างไม่ใช่หรือ?

ฉันไม่ถนัดปลอบด้วยคำลวงเพื่อต่ออายุความอ่อนแอให้กับใคร แต่ชอบให้กำลังใจด้วยคำจริงเพื่อสร้างความเข้มแข็งขึ้นมา คุณเห็นเด็กที่ล้มแล้วไม่ร้องไห้ แถมยังลุกขึ้นเองได้ไหม? เด็กพวกนั้นจะได้รับรอยยิ้มและอ้อมกอด ก็ต่อเมื่อล้มแล้วลุกขึ้นเดินหาพ่อแม่ได้เอง นั่นแหละวิธีที่พวกเขาโตขึ้นมา!

โอเค! ผมรู้สึกเข้มแข็งขึ้น แล้วก็สงสารตัวเองน้อยลงบ้างแล้ว

เปล่า คุณแค่ได้คิดและรู้สึกดีขึ้น ถ้าพรุ่งนี้และวันต่อๆไปไม่วิ่งโร่หาที่พึ่ง นั่นแหละถึงค่อยมาอวดอ้างว่าคุณเข้มแข็งขึ้นและสงสารตัวเองน้อยลง!

 

การช่วยคนใกล้จมน้ำที่ดีที่สุด

คือการตั้งตนอยู่ในที่ปลอดภัย

และหาทางให้เขาช่วยตัวเอง

โดยที่คุณไม่ต้องโดดลงไปทั้งตัว

 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend